เราคือผู้เชี่ยวชาญแก้ไขปัญหาอากาศร้อนและปรับปรุงคุณภาพอากาศครบวงจร
0969364628
12/16-17,20 ถนนเทศบาลสงเคราะห์
แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ 10900
อินโนว์ กรีน โซลูชั่น ออกแบบติดตั้งแก้ไขปัญหาอากาศร้อน และปรับปรุงคุณภาพอากาศครบวงจรอินโนว์ กรีน โซลูชั่น ออกแบบติดตั้งแก้ไขปัญหาอากาศร้อน และปรับปรุงคุณภาพอากาศครบวงจรอินโนว์ กรีน โซลูชั่น ออกแบบติดตั้งแก้ไขปัญหาอากาศร้อน และปรับปรุงคุณภาพอากาศครบวงจร

โรคฝีดาษลิง

โรคฝีดาษลิง
โรคฝีดาษลิง คืออะไร ?

      โรคฝีดาษลิง ฝีดาษวานร หรือ Monkeypox เกิดจากเชื้อไวรัส Othopoxvirus ซึ่งอยู่ในกลุ่มเดียวกันกับไวรัสโรคไข้ทรพิษ (Smallpox) โดยพบเชื้อในสัตว์ตระกูลลิง และสัตว์ฟันแทะ เช่น หนู กระรอก กระแต เป็นหลัก ซึ่งพบโรคนี้ครั้งแรกเกิดจากลิงในห้องทดลอง จึงเรียกว่าฝีดาษลิง หรือฝีดาษวานรนั่นเอง

      โรคฝีดาษลิงแพร่ระบาดอยู่ทั่วไปในทวีปแอฟริกา จนกลายเป็นโรคประจำถิ่น (Endemic disease) เป็นโรคที่ไม่ร้ายแรง และมีความเสี่ยงในการติดเชื้อต่ำ แต่มักพบในเด็กเล็กเป็นส่วนใหญ่

ติดต่อได้อย่างไร ?
สัตว์สู่คน,โรคฝีดาษลิง

      สัตว์สู่คน สามารถติดต่อได้จากสัตว์กัดแทะทุกชนิด โดยติดต่อจากการสัมผัสโดยตรงกับเลือด สารคัดหลั่ง น้ำหนอง ตุ่มหนองของสัตว์ ผื่นสัตว์ การถูกสัตว์ติดเชื้อกัดหรือข่วน การรับประทานอาหารที่มีเนื้อสัตว์ติดเชื้อ และปรุงไม่สุก

คนสู่คน,โรคฝีดาษลิง

      คนสู่คน โดยการสัมผัสโดยตรงกับสารคัดหลั่งอย่าง ไอ จาม ผื่น ตุ่มหนอง น้ำหนอง สิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อของผู้ป่วย ซึ่งมักมาจากการใช้ของร่วมกันกับผู้ป่วย

อาการของผู้ติดเชื้อ

      จากสถานการณ์การแพร่ระบาดทั่วโลก ยังไม่พบผู้ป่วยโรคไข้ฝีดาษลิงที่มีอาการรุนแรง โดยทั่วไปแล้ว ผู้ป่วยจะสามารถหายจากโรคได้เอง ในระยะเวลาประมาณ 2-4 สัปดาห์ ในกรณีที่เป็นกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง มีภูมิคุ้มกันต่ำ หรือมีโรคประจำตัว จะมีการรักษาโดยใช้ยา Tecovirimat, Cidofovir, Brincidofovir ซึ่งเป็นยากลุ่มเดียวกันกับที่ใช้รักษาโรคไข้ทรพิษ

      อาการของโรคจะแสดงอาการหลังจากได้รับเชื้อแล้วประมาณ 7-14 วัน

มีไข้,โรคฝีดาษลิง

1. มีไข้ อาจเกิดขึ้นขณะเป็นผื่น ก่อนเป็นผื่น หรือหลังเป็นผื่น และในผู้ป่วยบางรายก็ไม่มีไข้เลย

อ่อนเพลีย,โรคฝีดาษลิง

2. อ่อนเพลีย รู้สึกเหนื่อยล้า ไม่มีเรี่ยวแรง

ปวดหัว_ฝีดาษ

3. ปวดศีรษะ และปวดกระบอกตา

ปวดเมื่อย_ฝีดาษ

4. ปวดเมื่อยตามร่างกาย ปวดกล้ามเนื้อ ปวดตัว ปวดหลัง

ต่อมน้ำเหลืองโต_ฝีดาษ

5. ต่อมน้ำเหลืองโต ถือเป็นจุดเด่นที่สังเกตได้ของโรคไข้ฝีดาษลิง สามารถเกิดขึ้นได้ตามจุดต่างๆ ของร่างกาย เช่น คอ ไหปลาร้า ข้อศอก รักแร้ เป็นต้น

ผื่น_ฝีดาษ

6. มีผื่น ตุ่มหนอง โดยลักษณะของผื่นจะเริ่มจาก จุดแดงๆ กลมๆ หลังจากนั้นผื่นจะกลายเป็น ตุ่มน้ำใส และ กลายเป็นตุ่มหนอง และกลายเป็นสะเก็ด ในเวลาต่อมา

การรักษา และดูแลผิวหนังหลังติดเชื้อฝีดาษลิง

1. ในกรณีที่ไม่ได้รักษา โดยธรรมชาติของโรคแล้ว จะหายได้เองภายใน 2-4 สัปดาห์

2. การรักษาโรคฝีดาษลิง เป็นการรักษาแบบประคับประคอง

3. การดูแลผิวหนังที่ติดเชื้อฝีดาษลิง งดแกะหรือเกาที่ผื่น รักษาความสะอาดของผิวหนังไม่ให้อับชื้น ล้างมือด้วยสบู่หรือแอลกอฮอล์ ทุกครั้งก่อนและหลังสัมผัสผื่น ทำความสะอาดผื่นด้วยน้ำสะอาด หรือน้ำยาฆ่าเชื้อ ควรเปิดผื่นให้ระบายอากาศได้ ไม่ควรปิดให้มิดชิด และหากผื่นมีอาการปวด บวมแดง หรือเป็นหนอง แนะนำให้รีบพบแพทย์

ใครที่เสี่ยงเป็นโรคฝีดาษลิงบ้าง

1. ผู้ที่ทำงานในสวนสัตว์

2. ผู้ที่ทำงานในร้านขายสัตว์เลี้ยง

3. ผู้ที่อาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีลิงหรือสัตว์อื่นๆ อาศัยอยู่

4. ผู้ที่เดินทางไปยังประเทศที่โรคฝีดาษลิงกำลังระบาดอย่างหนัก

วิธีดูแล และป้องกันตัวเองเบื้องต้น
ล้างมือ_โรคฝีดาษลิง

1. ล้างมือบ่อยๆ ด้วยสบู่ หรือแอลกอฮอล์ หลังจากสัมผัสสัตว์เลี้ยง หรือสิ่งของต่าง ๆ

2. หลีกเลี่ยงการสัมผัสกับสัตว์ที่เป็นพาหะ และผู้ที่เสี่ยงติดเชื้อ

ปรุงสุก_โรคฝีดาษลิง

3. กินเนื้อสัตว์ปรุงสุก หลีกเลี่ยงการกินเนื้อสัตว์ที่ปรุงสุกไม่เพียงพอ

สวมหน้ากากอนามัย_โรคฝีดาษลิง

4. สวมหน้ากากอนามัยทุกครั้ง เมื่ออยู่ในพื้นที่เสี่ยงการแพร่ระบาด เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ ผ่านละอองฝอยขนาดใหญ่

ดูสินค้า Masterkool เพิ่มเติมที่นี่ หรือ Shopee

Leave A Comment

X